ค้นหา >

 

ค้นหา

 








ค้นหาอำเภอ >>  จังหวัด:    อำเภอ:  

อำเภอคำชะอี  จังหวัดมุกดาหาร

 

 ชื่อโครงการ

สถานที่ติดต่อดูงาน

 ตามรอยพ่อ ชีวิตที่พอเพียง  สำนักงานศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนอำเภอคำชะอี
0-4269-1091
รายละเอียดโครงการ: 1.  สภาพทั่วไปของครัวเรือน
  นายดวน  แก้วสีหา  บ้านเลขที่  5  หมู่  9  ตำบลบ้านค้อ  อำเภอคำชะอี  จังหวัดทุกดาหาร  มีสมาชิกทั้งหมด  2  คน  เป็นวัยแรงงาน  2  คน  ลักษณะบ้านที่อาศัยเป็นบ้านเดี่ยว  ใช้วัสดุที่ไม่คงทนถาวร  ประกอบอาชีพเกษตรกรรม  (อ้อย  มันสำปะหลัง)  มีพื้นที่ทำกิน  20  ไร่  สภาพพื้นที่เป็นที่ดอนอาศัยในการเพาะปลูก  ทำการเกษตรแบบดั้งเดิม  ไม่ได้รับการส่วเสริมด้านการเกษตร  เดิมปลูกอ้อย 5  ไร่  มีรายได้เฉลี่ยปีมาณปัละ  40,000  บาท  แต่ต้นทุนในการผลิตสูง  เช่น  ค่าป๋ยเคมี  ค่าไถพรวน  ค่าแรงงาน  ค่ารถบรรทุก  ทำให้ประสบภาวะขาดทุนมาตลอด  ส่งผลให้ครอบครัวต้องประสบปัญหาหนี้สินตามมา  โดยเป็นหนี้กองทุนหมู่บ้าน  5,000  บาท  หนี้สหกรณ์  4,000  บาท  หนี้กลุ่มออมทรัพย์/กลุ่มอาชีพ  8,000  บาท  นายดวน  แก้วสีหา  ลงทะเบียนความยากจนในปัญหา  หนี้สินในระบบ  ปัญหาที่ดินทำกิน  (มีที่ดินทำกินแต่ไม่เพียงพอ)  แต่จากการตรวจสอบแล้ว  เป็นกรณีต้องการเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกินที่ถือครอง  เนื่องจากบ้านโนนสมบูรณ์ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ
2.  สภาพปัญหาของครัวเรือนที่ประสบอยู่
  1.  ปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาด้านที่ดินทำกินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์  เกษตรกรกรไม่สามารถนำที่ดินไปทำนิติกรรม  สัญญาใดๆได้หรือแปลงสินทรัพย์เป็นทุนได้
  2.  แหล่งนำเพื่อการเกษตรมีไม่เพียงพอ  ซึ่งพื้นที่การเกษตร  หมู่  9  ตำบลบ้านค้อ  อาศัยนำฝนในการทำการเกษตร (ปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างสำรวจการสร้างอ่างนำ) หาก  มีแหล่งนำอย่างเพียงพอจะเกิดศักยภาพการผลิต  และทำให้เกษตรกรส่งผลให้ขจัดปัญหาความยาจนได้อย่างยั่งยืน
3.  แนวคิดการจัดการแก้ไขปัญหา  
  การแก้ไขปัญหาให้แก่  นายดวน  แก้วสีหา  นอกจากจะเป็นการแก้ไขปัญหาตามที่ลงทะเบียนโดยการแก้ไขปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน  ซึ่งจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา และมีกระบวนการแก้ไขปัญหาตามกรอบที่มีระเบียบกฎหมายกำหนดแล้ว  ยังจำเป็นจะต้องให้ความรู้เพื่อปรับประสิทธิภาพในการประกอบอาชีพ  โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้  ลดรายจ่ายให้แก่ครัวเรือนอย่างยั่งยืน
4.  วิธีการดำเนินงานของ  ศตจ.อ.คำชะอี  ในการแก้ไขปัญหา
  ได้ปฏิบัติตามกรอบแนวทางที่  ศตจ.แห่งชาติกำหนด  โดยสรุปดังนี้
  4.1  เมื่อปี  พ.ศ.2548  ศตจ.อ.คำชะอี  ได้จัดคาราวานแก้จน  เพื่อ  Re-Check  ตรวจสอบ  กรั่นกรอง  ให้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว  ศักยภาพครัวเรือน  รวมทั้งศักยภาพของหมู่บ้าน  ทั้งนี้  เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์  วินิจฉัยหาแนงทางการแก้ไขปัญหาให้แก่นายดวน  แกวสีหา
  4.2  จัดทำข้อมูลของผู้ลงทะเบียนคนยากจน  ส่งให้ส่วนราชการ  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่
5.  ปัญหาอุปสรรคและการแก้ไขปัญหาที่ตามมา
      -  ไม่มี
6.  ผลสัมฤทธิ์ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นในครัวเรือน
  ศตจ.อ.คำชะอี  ได้พิจารณาให้การช่วยเหลือ  โดยฝึกอบรมเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการผลิตแบบดั้งเดิม  ให้มาเน้นการผลิตแบบวิชาการแบบสมัยใหม่ประยุกต์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น  จนสามารถเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายได้เป็นอย่างดี  และรัฐได้ส่งเสริมกิจกรรมการเกษตร  จำนวน  4  กิจกรรม  คือส่งเสริมการปลูกอ้อยพันธุ์ดี  5  ไร่  ส่งเสริมการเกษตรแบบผสมผสาน  5  ไร่  ส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ดี  5  ไร่  ส่งเสริมการปลูกไม้ผลพันธุ์ดี  5  ไร่ 
 สรุปได้ดังนี้  
สภาพการผลิตแบบเดิม พืชอ้อย  5   ไร่  ผลผลิต  30,000   กก.  รายได้  30,000  บาท
สภาพการผลิตแบบใหม่  พืช อ้อยพันธุ์ดี  5  ไร่  ผลผลิต  40,000 กก. รายได้  40,000  บาท
                                           มันสำปะหลัง 5 ไร่  ผลผลิต  12,000 กก. รายได้  18,000  บาท
                                     เกษตรผสมผสาน 5 ไร่ ผลผลิต  11,000 กก. รายได้  22,000  บาท
                                          ไม้พันธุ์ดี    5  ไร่    ผลผลิต     -                                -
7.  สรุปบทเรียนที่ได้  
ปัจจัยแห่งความสำเร็จประกอบด้วย
7.1  ราษฎรผู้ลงทะเบียนคนจนว่า  มีความจริงใจ  ตั้งใจจากโอกาสที่ได้รับความช่วยเหลือหรือไม่  เพราะหากเกษตรกรไม่ลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยตนเองการแก้ไขปัญหาก็เป็นไปอย่างยากลำบาก  ทั้งสิ้นเปลื้องงบประมาณ
7.2  ข้าราชการผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จะต้องทุ่มเท  ตั้งใจ  และติดตามประเมินผลการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
 

 ชื่อโครงการ

สถานที่ติดต่อดูงาน

 ตามรอยพ่อ ชีวิตที่พอเพียง (การเกษตรแบบผสมผสาน)  สำนักงานศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนอำเภอคำชะอี
0-4269-1091
รายละเอียดโครงการ: 1.  สภาพทั่วไปของครัวเรือน
นายวิเชียร พลชัย  บ้านเลขที่  157  หมู่  9  ตำบลบ้านค้อ  อำเภอคำชะอี  จังหวัดมุกดาหาร  มีสมาชิกทั้งหมด  5  คนซึ่งเป็นวัยแรงงาน  (อายุระหว่าง  15 – 60  ปี)  3  คน  อีก  2  คน  อยู่ระหว่างการศึกษาภาคบังคับมีพื้นที่ถือครองเพื่อการเกษตร  25  ไร่  มีรถไถนาเดินตาม  1  คัน  บ่อปลา  1  บ่อ  สภาพพื้นที่เป็นที่ดอนใช้ปลูกพืชไร่เป็นส่วนใหญ่  อาศัยน้ำฝนทำการเกษตร  ลักษณะการประกอบอาชีพด้านเกษตรกรรมจะเป็นแบบดังเดิมเช่นกัน
2.  สภาพปัญหาของครัวเรือน
1.  ปัจจุบันเกษตรกรประสบปัญหาด้านที่ดินทำกินแต่ไม่มีเอกสารสิทธิ์  เกษตรกรไม่สามารถนำที่ดินไปทำนิติกรรม  สัญญาใดๆ  ได้  หรือแปลงสินทรัพย์สินเป็นทุนได้
2.  แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรมีไม่เพียงพอ  ซึ่งพื้นที่การเกษตร  หมู่  9  ตำบลบ้านค้อ  อาศัยน้ำฝนในการทำการเกษตร (ปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างสำรวจการสร้างอ่างเก็บน้ำ)  หากมีแหล่งน้ำอย่างเพียงพอจะเกิดศักยภาพการผลิต  และทำให้เกษตรกรมีกิจกรรมด้านการเกษตรเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งจะช่วยลดรายจ่าย  เพิ่มรายได้  และขยายโอกาสให้กับเกษตรกร  ส่งผลให้ขจัดปัญหาความยากจนได้อย่างยั่งยืน  
3.  แนวคิดการจัดการแก้ไขปัญหา
การแก้ไขปัญหาให้แก่นายวิเชียร  พลชัย  นอกจากจะเป็นการแก้ไขปัยหาตามที่ลงทะเบียน  โดยการแก้ไขปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน  ซึ่งจำเป็นต้องใช้ระยะเวลา  และมีกระบวนการแก้ไขปัญหาที่ต้องปฏิบัติตามกรอบมีระเบียบกฏหมายกำหนดแล้ว  จำเป็นต้องให้ความรู้เพื่อปรับประสิทธิภาพในการประกอบอาชีพ  โดยมีเป้าหมายสร้างรายได้  ลดรายจ่ายให้แก่ครัวเรือน  อย่างยั่งยืน
4.  วิธีการดำเนินงานของ  ศตจ.อ.คำชะอี  ในการแก้ไขปัญหา
ได้ปฏิบัติตามกรอบแนวทาง  ที่  ศตจ.แห่งชาติกำหนด  โดยสรุปดังนี้
4.1  เมื่อปี  พ.ศ.2548  ศตจ.อ.คำชะอี ได้จัดคาราวานแก้จน  เพื่อ  Re-Check  ตรวจสอบ  กรั่นกรอง  ให้ทราบถึงสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัว  ทราบศักยภาพครัวเรือน  รวมทั้งศักยภาพของหมู่บ้าน  ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์  วินิจฉัยหาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แก่นายวิเชียร  พลชัย  
4.2  จัดทำข้อมูลของผู้จดทะเบียนคนยากจน  ส่งให้ส่วนราชการ  หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เพื่อพิจารณาให้การช่วยเหลือตามอำนาจหน้าที่
5.  ปัญหาอุปสรรคและการแก้ไขปัญหาที่ตามมา
-  ไม่มี
6.  ผลสัมฤทธิ์ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นในครัวเรือน
ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนอำเภอคำชะอี  ได้ให้การช่วยเหลือโดยส่งเสริมกิจกรรมด้านการเกษตร  ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการผลิตแบบเดิม  ให้มาเน้นในการผลิตแบบวิชาการใหม่ประยุกต์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น  จนสามารถทำให้เกิดรายได้ที่ดีขึ้น  ได้ส่งเสริมกิจกรรมด้านการเกษตร  จำนวน  5  กิจกรรม  คือ  
- ส่งเสริมทำกิจกรรมการปลูกอ้อยพันธุ์ดี   7  ไร่  
- ส่งเสริมการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ดี 5  ไร่
- ส่งเสริมการทำการเกษตรแบบผสมผสาน 5  ไร่
- ปลูกไม่ผลพันธุ์ดี 5  ไร่
- ปลูกไม้ผล – แก้วมังกร                           3  ไร่  โดยมีผลสัมฤทธิ์ดังนี้
สภาพการผลิตแบบเดิม  
-  ปลูกอ้อย  10  ไร่  ผลผลิต  40,000  กก. รายได้  40,000  บาท
สภาพการผลิตแบบใหม่  
- ปลูก อ้อยพันธุ์ดี  7  ไร่  ผลผลิต  60,000 กก. รายได้ 60,000  บาท
- ปลูกมันสำปะหลัง  5  ไร่ ผลผลิต  10,000 กก. รายได้ 14,000  บาท
- เกษตรแบบผสมผสาน 5  ไร่  ผลผลิต 10,000 ก. รายได้ 20,000  บาท
- แก้วมังกร  3  ไร่  ผลผลิต  500  รายได้  15,000  บาท
- ไม้ผลพันธุ์ดี  5  ไร่   -                  -
- รวมรายได้  109,000  บาท
7.  สรุปบทเรียนที่ได้  
ปัจจัยแห่งความสำเร็จต้องประกอบด้วย
7.1  ราษฎรผู้ลงทะเบียนคนจนว่า  มีความจริงใจ  ตั้งใจจากโอกาสที่ได้รับความช่วยเหลือหรือไม่เพราะหากเกษตรกร  ไม่ลงมือปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนด้วยตนเอง  การแก้ไขปัญหาก็เป็นไปอย่างยากลำบาก  ทั้งสิ้นเปลื้องงบประมาณ
7.2  ข้าราชการผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จะต้องทุ่มเท  ตั้งใจ  และติดตามประเมินผลการให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
       
 

 ชื่อโครงการ

สถานที่ติดต่อดูงาน

 ดำเนินชีวิตตามรอยพ่อ เศรษฐกิจที่พอเพียง  ศตจ.อ.คำชะอี  จ.มุกดาหาร  49110
โทร.042-691091
รายละเอียดโครงการ: นายเดือย แสนโสม บ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 6 ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร มีสมาชิกทั้งหมด 3 คน เป็นวัยแรงงาน 3 คน มีพื้นที่ถือครองทำการเกษตร 9  ไร่ บ่อปลา 1 บ่อ สภาพพื้นที่เป็นที่ดอนอาศัยน้ำฝน 

2. สภาพปัญหาของครัวเรือนที่ประสบอยู่
นายเดือย แสนโสม ลงทะเบียนคนจน ที่ ศตจ.อ.คำชะอี ปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (สย.6) โดยเป็นหนี้ในระบบ (ธกส.) 130,000 บาท  กองทุนหมู่บ้าน 20,000 บาท ได้ประมาณเดือนละ 2,000 บาท 
ขณะที่รายจ่ายประมาณ 1,500 บาท  ประกอบอาชีพ
ด้านการเกษตร แบบเดิมแต่ขณะนี้ได้แก้ไขเป็นบางส่วน
แล้วโดยปรับเปลี่ยนสภาพการผลิตจากเดิม   เป็นการ
ผลิตสมัยใหม่  เน้นการประกอบอาชีพหลายกิจกรรม
ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ของราชการ
3. แนวคิดการจัดการแก้ไขปัญหา
ใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาตามนโยบายศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ
(ศตจ.) กรอบแนวทางตาม Roadmap การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจน และกรอบแนว
ทางการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง โดยการสร้างรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาสแก่เกษตร  ส่งเสริมการเรียนรู้ในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง การยกระดับทักษะด้านอาชีพการเกษตร การ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการผลิตแบบวิชาการสมัยใหม่ ประยุกต์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสามารถทำให้เกิดรายได้ที่ดีขึ้นรู้จักลดต้นทุนการผลิต 
4. วิธีการดำเนินการงานของ ศตจ.อ.ในการแก้ไขปัญหา
4.1 ศตจ.อ.คำชะอี ตรวจสอบข้อมูล สภาพปัญหา ความต้องการของราษฎรที่ลงทะเบียนคนจน (สย.) เพื่อวิเคราะห์ปัญหา ศักยภาพ ปัญหาความต้องการ  ของราษฎร 
4.2  อำเภอจัดคาราวานแก้จน ลงพื้นที่เพื่อพบปะ วิเคราะห์ปัญหา ศักยภาพ และพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ลงทะเบียน 
3 ศตจ.อ.คำชะอี  ใช้ข้อมูลจาการการออกคาราวานแก้จน พิจารณาประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาความยากจน ดังนี้
    - สำนักงานเกษตรอำเภอคำชะอี  ฝึกอบรมปรับทัศนคติ เพิ่มศักยภาพตลอดทั้งการส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน
    - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาอำเภอคำชะอี สนับสนุนด้านเงินทุน
    - ที่ทำการปกครองจังหวัดมุกดาหาร (ศตจ.จ.มห.)สนับสนุนปัจจัยการผลิตก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า 450 ก้อน ตามโครงการจัดซื้อปัจจัยการผลิตแก้ปัญหาความยากจน  ตามโครงการตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด (งบ CEO) ปี 2549
    - ศตจ.อ.คำชะอี  ฝึกอบรบอาชีพการเพาะเห็ดนางฟ้า และฝึกอบรม “ ตามรอยพ่อ ชีวิตที่พอเพียง” เพื่อให้ดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 
กิจกรรมการที่ให้การส่งเสริม ประกอบด้วย
- ส่งเสริมการเลี้ยงโคขุน 2 ตัว  
- ส่งเสริมการเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง  5 ตัว
- ส่งเสริมการเลี้ยงปลากินพืช 4000 ตัว 
- ส่งเสริมการเพาะเห็ดนางฟ้า 450 ก้อน 
- ส่งเสริมการปลูก ยางพารา  4 ไร่ 
6. ผลสัมฤทธิ์ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นในครัวเรือน
        6.1 ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นตัวเงิน
1. ผลผลิตจาการทำนา 5 ไร่ ปริมาณผลิตข้าว 3,000 ก. รายได้ประมาณ 27,000 บาท
2. รายได้จาการเลี้ยงโคพันธุ์พื้นเมือง 5 ตัว ปีละประมาณ  50,000 บาท
3. รายได้จากการเลี้ยงโคขุน 2 ตัว ปีละประมาณ 100,000 บาท
4. รายได้จากการเลี้ยงปลากินพืช 4,000 ตัว ประมาณ 200 กก. ราคาประมาณ 8,000 บาท
5. รายได้จากการเพาะเห็ดนางฟ้า 450 ถุง  ประมาณ 4,000 บาท (รวมทั้งที่ใช้เป็นอาหารด้วย)
6. รายได้จาการปลูกยางพารา  -
7. รายได้จากการปลูกหญ้าเลี้ยงสัตว์ (หญ้ากินนี่)  2 ไร่ 200 กก. ปีละประมาณ  10,000 บาท
รวมรายได้ปีละประมาณ  149,000  บาท 
เมื่อเปรียบเทียบกับการทำการเกษตรแบบเดิมที่อาศัยรายได้จากการปลูกข้าว 5 ไร่ รายได้ประมาณปีละ 18,000 บาท สามารถมีรายได้มากกว่าเดิมถึง 131,000 บาท 
         6.2 ผลสัมฤทธิ์ด้านอื่น
นายเดือย แสนโสม และครอบครัว มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรายได้มากว่ารายจ่ายที่ยั่งยืน  แม้ว่าจะมีหนี้สินในระบบแต่ก็สามารถมีรายได้จากการประกอบอาชีพด้านเกษตรที่มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีงานทำตลอดปี มีการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 

7. สรุปบทเรียน
การแก้ไขปัญหาความยากจนให้แก่ราษฎร จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ความตั้งใจจริงของเกษตรกรผู้ลงทะเบียนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเกษตรกรเองจะต้องมีความอดทน  ขยันหมั่นเพียร สามารถที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติ ชอบการเรียนรู้ ซึ่งองค์ประกอบด้วยกล่าวมีอยู่แล้วในตัว เกษตรกรรายที่คัดมา


 

 ชื่อโครงการ

สถานที่ติดต่อดูงาน

 การส่งเสริมอาชีพนักเรียน/นักศึกษา เพื่อให้มีรายได้เพิ่ม แก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน  โรงเรียนเหล่าประชาอุทิศ  ตำบลเหล่าสร้างถ่อ  อำเภอคำชะอี  จังหวัดมุกดาหาร  49110 
รายละเอียดโครงการ: 1.สภาพทั่วไปของครัวเรือนที่คัดมา นายอุดม ทองแสง อายุ 17 ปี  เลขประจำตัวประชาชน  1-1006-00212-47-2   ที่อยู่ 32 ม.2 ต.เหล่าสร้างถ่อ อ.คำชะอี นักเรียนโรงเรียนเหล่าประชาอุทิศ ต.เหล่าสร้างถ่อ สมาชิกครัวเรือน 4 คน อยู่ในวัยแรงงาน 2 คน เป็นสมาชิกกลุ่มทำลวดหนามของโรงเรียน (สมาชิก 24 คน) 
2. สภาพปัญหาของครัวเรือนที่ประสบอยู่
นายอุดม แสงทอง ลงทะเบียนคนจน ปัญหา นักเรียน/นักศึกษาต้องการมีรายได้ที่เหมาะสม (สย.4)                               
3. แนวคิดการแก้ไขปัญหา   การสร้างรายได้ ลดรายจ่าย  ขยายโอกาส การขยายเครือข่ายกลุ่มอาชีพลวดหนามจากกลุ่มที่ประสบผลสำเร็จ สร้างอาชีพในสถานศึกษาเป็นการแก้ไขปัญหา สย.4 อย่างยิ่งยืน  
4. วิธีการดำเนินงานของ ศตจ.อำเภอในการแก้ไขปัญหา
- ศตจ.อ. ตรวจสอบสภาพปัญหา ความต้องการของราษฎรที่ลงทะเบียน
คนจน (สย.)
- จัดคาราวานแก้จน พบปะผู้ลงทะเบียน วิเคราะห์ปัญหา ศักยภาพ หาแนววางการแก้ไข
- ศตจ.อ. ทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 
- ศตจ.จ.มห. อนุมัติงบประมาณฝึกอบรม สนับสนุนและค่าวัสดุอุปกรณ์แก่กลุ่ม 15,000  บาท
5. ผลสัมฤทธิ์ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นในครัวเรือน
  - รายได้จากผลผลิตลวดหนามจำหน่ายราคาม้วนละ 180 บาท (40 เมตร ) สามารถจำหน่ายได้ในพื้นที่ นายอุดมสามารถ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1,400 บาท/ เดือน
          - โรงเรียนเหล่าประชาอุทิศ กำหนดเป็นหลักสูตรการศึกษา ให้นักเรียนศึกษา ฝึกปฏิบัติ และนำไปประกอบอาชีพได้เองเมื่อจบการศึกษา 
-  เสริมสร้างวินัยนักเรียน ให้มีความรับผิดชอบ  พึ่งตนเอง  ในการหารายได้ระหว่างศึกษา  เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ช่วยให้เด็กเยาวชนห่างไกลยาเสพติด

             
1.สภาพทั่วไปของครัวเรือนที่คัดมา น.ส.กรรณิการณ์ ศรีทอง อายุ 17 ปี  เลขประจำตัวประชาชน  1-4905-00103-49-1  ที่อยู่ 209 ม.6 ต.เหล่าสร้างถ่อ อ.คำชะอี นักเรียนโรงเรียนเหล่าประชาอุทิศ ต.เหล่าสร้างถ่อ สมาชิกครัวเรือน 4 คน อยู่ในวัยแรงงาน 2 คน เป็นสมาชิกกลุ่มทำลวดหนามของโรงเรียน (สมาชิก 24 คน) 
2. สภาพปัญหาของครัวเรือนที่ประสบอยู่
น.ส.กรรณิการณ์ ศรีทอง ลงทะเบียนคนจน ปัญหานักเรียน/นักศึกษาต้องการมีรายได้ที่เหมาะสม (สย.4)                               
3. แนวคิดการแก้ไขปัญหา   การสร้างรายได้ ลดรายจ่าย  ขยายโอกาส การขยายเครือข่ายกลุ่มอาชีพลวดหนามจากกลุ่มที่ประสบผลสำเร็จ สร้างอาชีพในสถานศึกษาเป็นการแก้ไขปัญหา สย.4 อย่างยิ่งยืน  
4. วิธีการดำเนินงานของ ศตจ.อำเภอในการแก้ไขปัญหา
- ศตจ.อ. ตรวจสอบสภาพปัญหา ความต้องการของราษฎรที่ลงทะเบียน
คนจน (สย.)
- จัดคาราวานแก้จน พบปะผู้ลงทะเบียน วิเคราะห์ปัญหา ศักยภาพ หาแนววางการแก้ไข
- ศตจ.อ. ทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 
- ศตจ.จ.มห. อนุมัติงบประมาณฝึกอบรม สนับสนุนและค่าวัสดุอุปกรณ์แก่กลุ่ม 15,000  บาท
5. ผลสัมฤทธิ์ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นในครัวเรือน
  - รายได้จากผลผลิตลวดหนามจำหน่ายราคาม้วนละ 180 บาท (40 เมตร ) สามารถจำหน่ายได้ในพื้นที่ นายอุดมสามารถ มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 1,400 บาท/ เดือน
          - โรงเรียนเหล่าประชาอุทิศ กำหนดเป็นหลักสูตรการศึกษา ให้นักเรียนศึกษา ฝึกปฏิบัติ และนำไปประกอบอาชีพได้เองเมื่อจบการศึกษา 
-  เสริมสร้างวินัยนักเรียน ให้มีความรับผิดชอบ  พึ่งตนเอง  ในการหารายได้ระหว่างศึกษา  เป็นกิจกรรมสร้างสรรค์ช่วยให้เด็กเยาวชนห่างไกลยาเสพติด
                                              

          ข้อมูลโดย ศตจ.อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

นายจิรพงษ์  แก้วมณี  นายอำเภอคำชะอี /ผอ.ศตจ.อ.คำชะอี


                        
 

 ชื่อโครงการ

สถานที่ติดต่อดูงาน

 การประกอบอาชีพของเกษตรกร แบบผสมผสาน  สำนักงานศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจน  อำเภอคำชะอี  จังหวัดมุกดาหาร  49110  โทร.042-691091
รายละเอียดโครงการ:      นายสีสุพร วังคะอาต บ้านเลขที่ 66 หมู่ 6 ตำบลคำชะอี อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร มีสมาชิกทั้งหมด  5 คน ซึ่งเป็นวัยแรงงาน (อายุระหว่าง 15-60 ปี ) 5 คน มีพื้นที่ถือครองเพื่อการเกษตร   9 ไร่ มีรถไถนาเดินตาม 1 คัน บ่อปลา 1 บ่อ สภาพพื้นที่เป็นที่ดอนใช้ปลูกพืชไร่เป็นส่วนใหญ่และอาศัยน้ำฝนในการจัดทำกิจกรรมด้านการเกษตร ซึ่งการเกษตรแบบเก่าไม่มีการลดต้นทุนการผลิต ปลูกพืชเชิงเดี่ยว                                                      
 
2. สภาพปัญหาของครัวเรือนที่ประสบอยู่
นายสีสุพร วังคะฮาต  ลงทะเบียนคนจน ที่ ศตจ.อ.คำชะอี  ในปัญหาที่ดินทำกินไม่เพียงพอ (สย.1) และปัญหาหนี้สินภาคประชาชน (สย.6) โดยเป็นหนี้ในระบบ 150,000 บาท ( ธกส./ กองทุนหมู่บ้าน) ได้ประมาณเดือนละ 3,000 บาท ขณะที่รายจ่ายประมาณ 3,000 บาท  เป็นรายจ่ายที่เกิดจากการค่าเล่าเรียนของบุตร ที่กำลังศึกษาระดับ ปวส. ที่จังหวัดขอนแก่น การประกอบอาชีพด้านการเกษตร เป็นแบบเก่าไม่มีการใช้ใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพลูกพืชไม่หลากหลายชนิด
                            
3.  แนวคิดการจัดการแก้ไขปัญหา
ใช้แนวทางการแก้ไขปัญหาตามแนวทางของ
ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะความยากจนแห่งชาติ
(ศตจ.) และตามกรอบแนวทางตาม Roadmap การ
ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความยากจน และกรอบแนว
ทางการขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจแบบพอเพียง โดย
การสร้างรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาสแก่เกษตร
ส่งเสริมการเรียนรู้ในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง การ
ยกระดับทักษะด้านอาชีพการเกษตร การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการผลิตแบบวิชาการสมัยใหม่ ประยุกต์กับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อสามารถทำให้เกิดรายได้ที่ดีขึ้นรู้จักลดต้นทุนการผลิต 
                                                                                   
 4. วิธีการดำเนินการงานของ ศตจ.อ.ในการแก้ไขปัญหา
  4.1 ตรวจสอบข้อมูล สภาพปัญหา ความต้องการของราษฎรที่ลงทะเบียนคนจน (สย.) เพื่อวิเคราะห์ปัญหา ศักยภาพ ปัญหาความต้องการ  ของราษฎร 
  4.2  จัดคาราวานแก้จน ลงพื้นที่เพื่อพบปะ วิเคราะห์ปัญหา ศักยภาพ และพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาให้แก่ผู้ลงทะเบียน 
  4.3  ศตจ.อ.คำชะอี  ดำเนินการแก้ไขปัญหา ดังนี้ 
     (1) สำนักงานเกษตรอำเภอคำชะอี การฝึกอบรมปรับทัศนคติ เพิ่มศักยภาพตลอดทั้งการส่งเสริมอาชีพเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน  การส่งเสริมเรื่องการดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กิจกรรมการเกษตรที่ให้การส่งเสริม ประกอบด้วย 
- ส่งเสริมการปลูกหญ้าผลิตเมล็ดพันธุ์ (หญ้ากินนี่) จำนวน 5 ไร่  - เสริมการปลูกมันสำปะหลังพันธุ์ดี  5 ไร่ 
- ส่งเสริมการเลี้ยงปลากินพืช  4000 ตัว 
- ส่งเสริมการเลี้ยงโค  6 ตัว 
- ส่งเสริมการปลูกมะเขือพวง 1 ไร่  
- ส่งเสริมการปลูกกล้วยน้ำหว้า เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่
- ปลูกไม้ใช้สอย (ไม้ไผ่)   
- การเลี้ยงไก่พื้นเมือง  ประมาณ    50 ตัว
(2) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาอำเภอคำชะอี ให้การสนับสนุนด้านเงินทุน

        (3) ศตจ.อ.คำชะอี  ฝึกอบรมส่งเสริมอาชีพนอกภาคเกษตร คือ ส่งเสริมอาชีพทำลวดหนาม และฝึกอบรม “ ตามรอยพ่อ ชีวิตที่พอเพียง” เพื่อให้ดำเนินชีวิตโดยยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 
       (4) ศตจ.จ.มุกดาหาร โดยที่ทำการปกครองจังหวัดมุกดาหาร สนับสนุนวัสดุอุปกรณืกลุ่มอาชีพทำลวดหนาม ตามโครงการตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด (งบ CEO) ปี 2549 

5. ปัญหาอุปสรรคและการแก้ไขปัญหาที่ตามมา
     -  ไม่มี
6. ผลสัมฤทธิ์ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นในครัวเรือน
   สภาพการผลิตแบบเดิมของนายสีสุพร วังคะฮาต ที่ปลูกข้าว 9 ไร่ ผลผลิต ประมาณ 3,600 กก. รายได้ประมาณ  29,000 บาท                      
   ผลสัมฤทธิ์ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นหลักจากแก้ไขปัญหา   
    ผลสัมฤทธิ์ที่เป็นตัวเงิน
1. รายได้จากข้าว 9 ไร่  ผลผลิต  4,300 กก.     ประมาณ   38,700  บาท         
2. รายได้จากมันสำปะหลัง 5 ไร่  ผลผลิต 10,00 กก.    ประมาณ   14,000  บาท
3. รายได้จากการปลูกหญ้าอาหารสัตว์ (ขายเมล็ด) 5 ไร่   500 กก. ประมาณ   50,000  บาท
4. รายได้จากการเลี้ยงปลากินพืช   4,000 ตัว  จำนวน 200  กก.  ประมาณ      8000  บาท
5. รายได้จากการเลี้ยงโค  6 ตัว (ขายปีละ 2 ตัว)   ประมาณ    14,000  บาท 
6. รายได้จากการปลูกมะเขือพวง 1 ไร่   500 กก.       ประมาณ    10,000  บาท
7. รายได้จากการขายกล้วยน้ำหว้า/ปลีกล้วย เนื้อที่ 1 ไร่        ปีละประมาณ    10,000 บาท  
          รวมรายได้  144,000 บาท
 ดังนั้น นายสีสุพร  วังคะฮาต  สามารถมีรายได้มากกว่าเดิมปีละ 115,000  บาท 

                                            ผลสัมฤทธิ์ด้านอื่น
ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี  มีรายได้มากว่ารายจ่ายที่ยั่งยืน แม้ว่าจะมีหนี้สินในระบบแต่ก็สามารถมีรายได้จากการประกอบอาชีพด้านเกษตรที่มั่นคง มีครอบครัวที่อบอุ่น มีงานทำตลอดปี มีการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง 
7. สรุปบทเรียน
   การแก้ไขปัญหาความยากจนให้แก่ราษฎร จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือ ความตั้งใจจริงของเกษตรกรผู้ลงทะเบียนเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรเองจะต้องมีความอดทน ขยันหมั่นเพียร  สามารถที่จะปรับเปลี่ยนทัศนคติ ชอบการเรียนรู้ ซึ่งองค์ประกอบด้วยกล่าวมีอยู่แล้วในตัวของสีสุพร วังคะ-ฮาด ทำให้การแก้ไขปัญหาความยากจนให้แก่ราษฎรรายดังกล่าวประสบผลสำเร็จ
 
 

 ชื่อโครงการ

สถานที่ติดต่อดูงาน

 ส่งเสริมอาชีพเพื่อดำเนินชีวิตอย่างพอเพียงและแก้ไขปัญหาความยากจน  สำนักงานปฏิบัติการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ  อำเภอคำชะอี  จังหวัดมุกดาหาร  49110   โทร.042-691091
รายละเอียดโครงการ: 1.  ชื่อ นายอนุชา   คนเพียร   ที่อยู่   137 หมู่ที่  3  ตำบลบ้านซ่ง อำเภอคำชะอี  จังหวัดมุกดาหาร   เกิดวันที่ 3  มกราคม พ.ศ.   2514  อายุ   35   ปี   การศึกษา  ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น  จากศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ    คำชะอี  สมาชิกครอบครัว  4   คน (บุตร 2 คน) อยู่ในวัยแรงงาน 2 คน 
อาชีพหลัก ทำนา  3  ไร่  ผลผลิต  123  ถัง/ 1,350  กก. คิดเป็น 12,150 บาท/ ปี  อาชีพเสริม  การเลี้ยงกระบือ  เลี้ยงไก่  เลี้ยงเป็ด  ปลูกกล้วย    ปี  2548 รายได้เฉลี่ย  2,500  บาท / เดือน 
2. สภาพปัญหาที่ครอบครัวประสบอยู่  
นายอนุชา คนเพียร ลงทะเบียน  สย. ปัญหาหนี้สิน ( สย.6   ) เนื่องจากรายได้ไม่พอรายจ่าย (บุตรอยู่ในวัยเรียน  2   คน)  หนี้สินกองทุนหมู่บ้าน    50,000 บาท  หนี้สินกลุ่มเลี้ยงกระบือ  10,000  บาท
3. แนวคิดการแก้ไขปัญหา  
 -  ยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้  เพื่อพึ่งพาตนเอง ประหยัด อดออม  รู้จักใช้จ่าย หาอาชีพเสริม เพิ่มพูนความรู้เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการประกอบอาชีพ
4. วิธีการดำเนินงานของ ศตจ.อ. ในการแก้ไขปัญหา
 - ปี  2548  จัดการคาราวานแก้จน เพื่อ  Re-Check ตรวจสอบ กลั่นกรอง เพื่อทราบสภาพปัญหา
 - จัดทำข้อมูลของผู้ลงทะเบียน ให้ส่วนราชการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง              
- ปี 2549 ศตจ.อ.คำชะอี  จัดอบรมอาชีพเลี้ยงหมูหลุม  การลดต้นทุนการเลี้ยง /สนับสนุนลูกสุกร 2 ตัว  มูลค่า 3,000  บาท   
6. ผลสัมฤทธิ์ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นในครัวเรือน
- รายได้ที่สามารถคิดเป็นตัวเงินของสุกรอายุ  4  เดือน น้ำหนักเฉลี่ย  8๐  กิโลกรัม  ราคา กก.ละ  50    บาท  เป็นเงินตัวละ   4,000  บาท  เป็นเงิน   8,000    บาท 
-  ราคามูลสุกรหมูหลุมซึ่งที่เป็นปุ๋ยชีวภาพ  500  กก.ละ  2 บาท เป็นเงิน  1,000 บาท  (นำไปใช้เอง เพื่อลดรายจ่ายการซื้อปุ๋ยเคมีในสวนลำใย)                                                                                                                                   รวมรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากกรช่วยเหลือของ ศตจ.อ. ห้วงเวลา  4  เดือน เป็นเงิน  9,000 บาท เฉลี่ยเดือนละ  2,200  บาท
 

 ชื่อโครงการ

สถานที่ติดต่อดูงาน

 แก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน  ศตจ.อ.คำชะอี  จ.มุกดาหาร  49110  โทร.042-691091
รายละเอียดโครงการ: 1.  นายสมพร คนหมั่น 125 หมู่ 11 บ้านม่วง อ.คำชะอี จังหวัดมุกดาหาร เป็นเกษตรกรทั่วไป มีอาชีพหลักคือ ทำนา รับจ้างทั่วไป ปัจจุบันทำงาน ร.ป.ภ.กรุงเทพฯ ส่งมาบ้าน 8000 บาท/เดือน
         -      มีบุตรชาย 1 คน สมรสแล้วทำงานอยู่ นพค.24
ข้อ 2. สภาพปัญหาครัวเรือนที่ประสบอยู่
         -     ซื้อที่ดินของเพื่อนบ้าน มีเงินไม่เพียงพอ สามียังไม่ได้ทำงาน รปภ. จึงนำใบดินไปจำนองนายทุน โดยนายทุนคิดดอกเบี้ยเป็นการครอบคองและทำกินบนที่ดิน(ที่ดิน) ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอส่งชำระ
ข้อ  3. แนวคิดการจัดการแก้ปัญหา
        -   กู้เงิน ธกส. เพื่อชำระหนี้ เจ้าหนี้ และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของตนเอง และตนเองได้ทำประโยชน์ในที่ดิน
ข้อ 4  วิธีการดำเนินงานของ ศตจ.อ ในการแก้ไขปัญหา
              -เจรจาประนอมหนี้ระหว่างลูกค้า กับ เจ้าหนี้ เพื่อหาแนวทางแก้ไข
              -ขอสนับสนุนสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. เพื่อชำระหนี้เจ้าหนี้
              -อบรมเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือ
ข้อ 5. ปัญหาอุปสรรคและการแก้ไขปัญหาที่ตามมา
             ไม่มี
ข้อ 6. ผลสัมฤทธิ์ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นในครัวเรือน
            -เกษตรมีรายได้เพิ่ม
            -เกษตรกรมีภาระชำระดอกเบี้ยน้อยกว่าเดิม
            -ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น
            -เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
ข้อ 7. สรุปบทเรียนที่ได้
            -เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน
            -หน่วยงานของรับสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของเกษตรกรได้
            -เกษตรกรได้มีโอกาสในการแก้ไขปัญหาของตนเอง

2.  นายบุญธรรม คนหมั่น 96 หมู่ 11  บ้านม่วง ต.บ้านเหล่า อ.คำชะอี จังหวัดมุกดาหาร
ข้อ 1. สภาพทั่วไปของครัวเรือนที่คัดมา
      - เป็นเกษตรกรทั่วไป มีอาชีพหลักคือ ทำนา รับจ้างทั่วไป หาของป่าขายตามฤดูกาล เลี้ยงวัว 2 วัว
     -  มีบุตร 3 คน สมรสแล้ว 2 คน คนโสดทำงานรับจ้างอยู่ กทม.
ข้อ 2. สภาพปัญหาครัวเรือนที่ประสบอยู่
     - จัดงานแต่งงานให้บุตร มีเงินไม่เพียงพอ จึงนำใบดิน ไปจำนองนายทุน โดยนายทุนคิดดอกเบี้ยเป็นข้าวจำนวน 72 ถัง ตนเองสุขภาพไม่แข็งแรง ทำให้มีผลผลิตน้อยไม่สามารถเช่าที่นาคนอื่น ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอส่งชำระหนี้ต้นเงิน
ข้อ 3. แนวคิดการจัดการแก้ปัญหา
    -กู้เงินจาก ธกส. เพื่อชำระหนี้ เจ้าหนี้ เพื่อเสียดอกเบี้ยในอัตราที่น้อยกว่า
ข้อ 4. วิธีการดำเนินงานของ ศตจ.อ. ในการแก้ไขปัญหา
    - เจรจาประนอมหนี้ระหว่างลูกค้า กับเจ้าหนี้เพื่อหาแนวทางแก้ไข
    - ขอสนับสนุนสินเชื่อจาก ธกส. เพื่อชำระหนี้เจ้าหนี้
    - อบรมเกษตรกรที่ได้รับความช่วยเหลือ
ข้อ 5.ปัญหาอุปสรรคและการแก้ไขปัญหาที่ตามมา
      ไม่มี
ข้อ 6. ผลสัมฤทธิ์ที่ถือว่าเป็นรูปธรรมที่เกิดขึ้นในครัวเรือน
    - เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น
    - เกษตรกรมีภาระชำระดอกเบี้ยน้อยกว่าเดิม
    -  ครอบครัวมีความสุขมากขึ้น
    -  เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น
ข้อ 7. สรุปบทเรียนที่ได้
    -  เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน
    -  หน่วยงานของรัฐสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของเกษตรกรได้
    -   เกษตรกรได้มีโอกาสในการแก้ไขปัญหาของตนเอง



วันที่ปรับปรุงข้อมูล : 24/10/2008     

 

หน้าหลัก | เกี่ยวกับอำเภอดอทคอม | รายชื่ออำเภอ | เตรียมตัวไปอำเภอ | ติดต่อเจ้าหน้าที่

 

webmaster@dopa.go.th  โทร. 0-2282-1047-8, 0-2356-9564 FAX 0-2282-1048 
Copyright © 2003 By www.amphoe.com -> Best view is 800x600 Pixels ->Design by :