ค้นหา >

 

ค้นหา

 





สาระดีดี




ค้นหาอำเภอ >>  จังหวัด:    อำเภอ:  

อำเภอโขงเจียม  จังหวัดอุบลราชธานี

 

 

[ ดูแผนที่อำเภอ คลิกที่นี่ ]

คำขวัญจังหวัด  เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิน ถิ่นไทยนักปราชญ์ ทวยราษฎร์ไฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์
คำขวัญอำเภอ  รวมมัจฉา ภูผางาม น้ำสองสี ศิลป์ดีที่ผาแต้ม
ที่อยู่ที่ว่าการอำเภอ  หมู่ที่ 1 ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
หมายเลขโทรศัพท์  0-4535-1041
 หมายเลขโทรสาร  0-4535-1041
เว็บไซต์อำเภอ    -
 
ข้อมูลทั่วไป

 

1.ประวัติความเป็นมา       อำเภอโขงเจียม เป็นอำเภอที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนาน  เดิมที่ชื่อบ้านโขลงเจียง  โดยมี  สมมุติฐานจากประวัติศาสตร์ลาว  เขตนครจำปาศักดิ์  ในสมัยเจ้าสร้อยศรีสมุทร  พุทธางกูร(เจ้าหน่อกษัตริย์) ได้แต่งตั้งให้เท้าหลวง ซึ่งเป็นบุตรพระละงุมให้เป็นขุนนักเฒ่า  ไปรักษา"บ้านโขลงเจียง" ประมาณ พ.ศ. 2256  โดยทั่วไปชาวบ้านเรียกบ้านโขลงเจียงว่า  บ้านเจียมใต้  มีผู้ปกครองกี่คนในช่วงต่อมาไม่ปรากฎ  ครั้นถึงสมัยของขุนนักราชมาอินทร์ผู้รักษา "บ้านโขลงเจียง" ได้กระทำความผิดฉกรรจ์  เจ้าเมืองนครจำปาศักดิ์ (โย่) จึงจับมาลงโทษปลดออกแล้วจึงมีหนังสือกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  ขอตั้งเท้ามหาอินทร์บุตรขุนนักอินทวงษ์  ให้เป็นพระกำแหงสงคราม  แล้วยกฐานะ "บ้านโขลงเจียง" ขึ้นเป็นเมือง  "โขงเจียม" ในปี พ.ศ. 2364 ขึ้นตรงต่อนครจำปาศักดิ์
       ต่อมาในปี พ.ศ. 2369 เกิดขบถอนุวงศ์แห่งนครเวียงจันทร์  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ปราบขบถ  เสร็จสิ้นแล้ว  ในปี  พ.ศ. 2371  จึงได้โปรดเกล้าฯ ให้เมืองโขลงเจียมขึ้นตรงต่อเมืองเขมราฐ
       ในคราวปรับปรุงปกครอง  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชการที่  5  ระหว่างปี  พ.ศ. 2443 -2445  ได้มีการลดฐานะจากเมืองโขงเจียมเป็นอำเภอโขงเจียมขึ้นกับจังหวัดอุบลราชธานี
       ในสมัยพระกำแหงสงครามเป็นผู้ปกครองเมืองโขงเจียม  ได้ไปตั้งบ้านใหม่ขึ้นอีกบ้านหนึ่งชื่อว่าบ้านเจียมเหนือ  สันนิษฐานว่าเป็นบ้านนาแวง  ตำบลนาแวง  อำเภอเขมราฐ  ในปัจจุบันทั้งนี้อาจสืบเนื่องมาจากการเก็บส่วย  ในเขตรับผิดชอบมีอาณาเขตกว้างขวางไม่สะดวกในการเก็บส่วย  พระกำแหงสงครามได้อยู่รักษาบ้านเจียมเหนือตลอด  ส่วนบ้านเจียมใต้ได้มีผู้รักษาบ้านเจียมใต้สืบต่อมา  พอสืบเรื่องราวได้ว่ามีชื่อดังต่อไปนี้
       1. หลวงเจ้าก่ำ
       2. พระคง
       3. อุปฮาดจันทา
        ต่อมาในปี  พ.ศ.2444  ได้เกิดขบถผีบุญ  ซึ่งขณะนั้นเจ้าอุปฮาดจันทา  เป็นผู้รักษาเมืองถูกฆ่า  เมื่อบ้านเมืองสงบ  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 5  ได้โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง  เท้าบุญธิสารวงษ์เจียม  เป็นนายอำเภอคนแรกของอำเภอโขงเจียม  ในปี  พ.ศ.  2454  
       ในปี  พ.ศ.2450  ไทยเสียดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงให้ฝรั่งเศส  ชาวบ้านที่รักความเป็นไทได้พากันอพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนที่บ้านคันนกหอ  ให้ชื่อว่าเมืองสุวรรณวารี  โดยการนำของเจ้าอุปฮาด ( คำพัน)   และพระอุบลกิจประชากร  ช่วงนั้นอำเภอโขงเจียมได้แบ่งการปกครองออกเป็น 3 ส่วนคือ
      ส่วนที่  1   ท้าวบุญธิสาร   วงษ์เจียม  อยู่บ้านนาคอ   มีหน้าที่เก็บส่วย 7  ตำบล  คือ ตำบลสำโรง  ( ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอโพธิ์ไทร  จังหวัดอุบลราชธานี ) ตำบลนาโพธิ์กลาง  ตำบลหนามแท่ง  ตำบลลาดควาย  ตำบล
สงยาง   ตำบลวาริน  ตำบลเอือดใหญ่  ตำบลนาคำ ( รายชื่อ 5 ตำบลช่วงท้ายนี้ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอศรีเมืองใหม่ )  
     ส่วนที่   2  พระราชพงศา  อยู่ที่บ้านคำไหล  หรือเมืองวารินชำราบ ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขตอำเภอศรีเมืองใหม่ มีหน้าที่เก็บส่วย ตำบลวารินและตำบลคำไหล
     ส่วนที่  3  เจ้าอุปฮาด ( คำพัน) อยู่ที่บ้านคันนกหอ  ถูกยกฐานะเป็นเมืองสุวรรณวารี  มีหน้าที่เก็บส่วย  ตำบลบ้านด่าน  และตำบลห้วยยาง
      ในปี พ.ศ.2457 ท้าวบุญธิสาร   วงษ์เจียม  กระทำความผิดทางราชการจึงสั่งปลดหลวงศรีอาชญาซึ่งอยู่บ้านสุวรรณวารี  ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายอำเภอโขงเจียม  จากนั้นจึงได้ย้ายที่ว่าการจากบ้านนาคอ   ไปตั้งที่ทำการอยู่เมืองสุวรรณวารีและเปลี่ยนชื่ออำเภอโขงเจียมว่าอำเภอสุวรรณวารี  ในปี 
พ.ศ.2458 เกิดฟ้าผ่ากุฏิวัดบ้านสุวรรณวารี  ทำให้พระมี  พระพันธ์  และสามเณรศรีจันทร์  ถึงแก่มรณภาพไปพร้อมกับไฟไหม้กุฏิ  ในปีเดียวกันนั้นหลวงศรีอาชญา  ผู้เป็นนายอำเภอชรามากจึงได้ถึงแก่กรรม  พวกชาวบ้านพากันขวัญเสียหาว่าเป็นเมืองอาถรรพ์จึงพากันอพยพหนี  และเห็นว่าสถานที่ตั้งอำเภอสุวรรณวารี  ที่เดิมไม่เหมาะสมจะเป็นที่ตั้งอำเภอต่อไป  จึงพิจารณาเลือกเอาบ้านด่านปากมูลเป็นที่ตั้งที่ทำการอำเภอแห่งใหม่  แต่ยังคงเรียกว่าอำเภอสุวรรณวารีเช่นเดิม
       ในปี พ.ศ.2458  ทางราชการได้แต่งตั้งให้หลวงแกล้วกาญจนเขต 
( ม.ร.ว.คอย อรุณวงศ์  ณ  อยุธยา ) เป็นนายอำเภอสุวรรณวารี  ครั้นถึง
พ.ศ.2482 ทางราชการได้เปลี่ยนชื่ออำเภอสุวรรณวารีเป็นอำเภอโขงเจียม 
เพื่อรักษาชื่อเมืองโขงเจียมเดิมไว้
      มูลเหตุที่เลือกเอาบ้านด่านปากมูล  เป็นที่ตั้งอำเภอเพราะบ้านด่านปากมูลตั้งอยู่ที่ปากแม่น้ำมูล  ซึ่งไหลมาบรรจบแม่น้ำโขงอันเป็นเส้นทางคมนาคม  ที่เข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานีสะดวกแก่การตรวจตราบุคคลและสินค้าที่ผ่านเข้าออกระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาว
      ในปี พ.ศ2500  นายผล  ไตรสาร  ซึ่งเป็นนายอำเภอขณะนั้น  ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอโขงเจียมไปตั้งที่บ้านคำบอน  ( โนนหมาจอก ) ตำบลนาคำ  ซึ่งเป็นอำเภอศรีเมืองใหม่ในปัจจุบันจัดการปกครองเป็น  7  ตำบล คือ  ตำบลนาคำ
ตำบลวาริน  ตำบลคำไหล  ตำบลสงยาง  ตำบลเอือดใหญ่  ตำบลลาดควายและตำบลหนามแท่ง
      สาเหตุที่ย้ายที่ทำการอำเภอไปตั้งที่บ้านคำบอน  เนื่องจากพิจารณาเห็นว่าที่ตั้งอำเภอเดิมไม่ได้เป็นศูนย์กลางในการปกครองหมู่บ้าน  ไม่สะดวกต่อการติดต่อประสานงานในระดับอำเภอและจังหวัด
     ขณะเดียวกันที่ตั้งอำเภอโขงเจียมเดิมซึ่งตั้งอยู่  ณ บ้านด่านปากมูล  ทางราชการประกาศตั้งให้เป็นกิ่งอำเภอบ้านด่าน  มีเขตปกครองแบ่งได้  3  ตำบล
คือ ตำบลโขงเจียม  ตำบลห้วยยาง  และตำบลนาโพธิ์กลาง  มีนายจิตร  
สุวรรณไลละ ทำหน้าที่เป็นปลัดอำเภอหัวหน้ากิ่ง  ต่อมาในปี พ.ศ.2502 ได้รับการยกฐานะให้เป็นอำเภอบ้านด่าน  มีเขตการปกครองแบ่งได้  6  ตำบล  คือ ตำบลโขงเจียม  ตำบลคำเขื่อนแก้ว  ตำบลหนองแสงใหญ่  ตำบลห้วยไผ่  ตำบล
ห้วยยางและตำบลนาโพธิ์กลาง 
     เมือวันที่ 25  กันยายน  2514  ทางราชการได้พิจารณาเห็นว่า  คำว่าโขงเจียมเป็นชื่อดั้งเดิมของอำเภอบ้านด่าน  เพื่อความเหมาะสม จึงได้เปลี่ยนชื่ออำเภอโขงเจียมให้เป็นอำเภอศรีเมืองใหม่  และคืนชื่อโขงเจียมให้กับชาวอำเภอบ้านด่าน  อำเภอบ้านด่านจึงเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอโขงเจียมดังเดิม
     ครั้นในปี พ.ศ.2534  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่  9 ได้มีพระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอสิริธร  ให้ผนวกเอาตำบลคำเขื่อนแก้ว  อำเภอโขงเจียม
อยู่ในเขตอำเภอสิรินธรด้วยจึงทำให้อำเภอโขงเจียมเหลือเขตการปกครอง  จำนวน  5  ตำบล  จนถึงปัจจุบัน  มีนายอำเภอ  36  คน
 
2.เนื้อที่/พื้นที่ 750 ตร.กม.
3.สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป มี 3 ฤดู ฤดูร้อน ฤดูฝน ฤดูหนาว 

ข้อมูลการปกครอง
 
1.ตำบล.......5.... แห่ง 3.เทศบาล..1.....แห่ง
2.หมู่บ้าน....51.... แห่ง 4.อบต........5 ... แห่ง

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
 
1.อาชีพหลัก ได้แก่ 1.  ทำนา
2.  ประมง
 
2.อาชีพเสริม ได้แก่ ทำไร่ , ทำไม้กวาด , ทอผ้า , เครื่องจักสาน 
3.จำนวนธนาคาร
 
มี 1 แห่ง ได้แก่
ธนาคารกรุงไทย  โทร.-  0-4535-123 - 6
4.จำนวนห้างสรรพสินค้า มี - แห่ง

ด้านสังคม
 
1.โรงเรียนมัธยม ได้แก่ -  โรงเรียนโขงเจียมวิทยาคม  โทร.- 0-4535-1005 
2.มหาวิทยาลัย ได้แก่  -

ด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอ
 
- อุทยานแห่งชาติผาแต้ม  , อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ , ป่าดงนาทาม , ป่าสงวนแห่งชาติดงภูโหล่น  

ด้านประชากร
 
1.จำนวนประชากรทั้งสิ้น รวม - 30,113  คน
2.จำนวนประชากรชาย รวม - 15,415  คน
3.จำนวนประชากรหญิง รวม - 14,698 คน
4.ความหนาแน่นของประชากร - คน/ตร.กม.

ด้านการคมนาคม
 
1.ทางบก - รถยนต์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  2222,2334,2112,2134
- สถานีขนส่ง หมายเลขโทรศัพท์  -
- สถานีรถไฟ  หมายเลขโทรศัพท์  -
2.ทางน้ำ - ท่าเรือขนส่งโดยสาร  หมายเลขโทรศัพท์  -
- ท่าแพขนานยนต์        หมายเลขโทรศัพท์  -
3.ทางอากาศ - ท่าอากาศยาน             หมายเลขโทรศัพท์  -

ด้านการเกษตร และอุตสาหกรรม
 
1.ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ --  ข้าว , ปอแก้ว , มันสำปะหลัง , ถั่วลิสง , ผ้าย , ไม้ผล ,โคเนื้อ , กระบือ , สุกร , ไก่ , เป็ด 
2.ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่
      (แม่น้ำ/บึง/คลอง)
1.  แม่น้ำโขงเจียม
2.  แม่น้ำมูล
 
3.โรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ - 
   
 

วันที่ปรับปรุงข้อมูล : 08/09/2008
 

 

หน้าหลัก | เกี่ยวกับอำเภอดอทคอม | รายชื่ออำเภอ | เตรียมตัวไปอำเภอ | ติดต่อเจ้าหน้าที่

 

webmaster@dopa.go.th  โทร. 0-2282-1047-8, 0-2356-9564 FAX 0-2282-1048 
Copyright © 2003 By www.amphoe.com -> Best view is 800x600 Pixels ->Design by : รับทำเว็บไซต์ ,โปรแกรมฐานข้อมูล ,รับทำเว็บ ฐานข้อมูล , ทำเว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ , บริการ Hosting , งานกราฟิคดีไซน์ , จัดทำ ระบบ E-Government  ,เดินระบบ Lan & Network และบริการด้านไอทีครบวงจร [www.intersite.co.th] www.321show.com