ค้นหา >

 

ค้นหา

 





สาระดีดี




ค้นหาอำเภอ >>  จังหวัด:    อำเภอ:  

อำเภอเชียงแสน  จังหวัดเชียงราย

 

 

[ ดูแผนที่อำเภอ คลิกที่นี่ ]

คำขวัญจังหวัด  เหนือสุดยอดแดนสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง
คำขวัญอำเภอ  ถิ่นอมตะ พระเชียงแสน แดนสามเหลี่ยม เยี่ยมน้ำโขง จรรโลงศิลปะ
ที่อยู่ที่ว่าการอำเภอ  1 หมู่ที่ 2 ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัด เชียงราย 57150
หมายเลขโทรศัพท์  0-5377-7110 , 0-5377-7115
 หมายเลขโทรสาร  0-5377-7058 , 0-5377-7115
เว็บไซต์อำเภอ    
 
ข้อมูลทั่วไป

 

1.ประวัติความเป็นมา         ประวัติศาสตร์ อำเภอเชียงแสน ตามสภาพของเมืองเก่า  ประวัติความเป็นมาของเมืองเชียงแสนปรากฏอยู่ในเอกสารตำนานหลายฉบับ  ซึ่งเรื่องราวส่วนใหญ่จะมีความคล้ายกัน  โดยปรากฏเรื่องราวของชุมชนโบราณในเขตที่ราบลุ่มจังหวัดเชียงราย   ในระยะก่อนสร้างเมืองเชียงแสน  ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มต้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17 จากการที่พระเจ้าสิงหน  วัติกุมารได้อพยพลง  มาจากนครไทยเทศ  ซึ่งอยู่ในทางตอนเหนือล่องมาตามแม่น้ำโขงและมาตั้งบ้านเมืองขึ้น  ชื่อว่า นาคพันธ์สิงหนวัตินคร ในแผ่นดินของพระเจ้าสิงหนวัติกุมารนั้นได้มีการรวบรวมดินแดนให้เป็นปึกแผ่นได้รวมเอาชาวมิลักขุและปราบปรามพวกกลอมหรือขอมให้อยู่ใต้อำนาจ  หลังจากนั้นก็ได้มีกษัตริย์  หลายพระองค์ครองเมืองโยนกนาคพันธุ์ สืบมาจนกระทั้งถึงรัชการพระเจ้ามหาชัยชนะก็เกิดอาเพศ  จนบ้านเมืองล่มสลายกลายเป็นหนองน้ำต่อมาได้ปรากฏเรื่องรวมอีกช่วงหนึ่ง  เป็นส่วนที่กล่าวถึงปู่เจ้าลาวจกหรือลวจังกราชว่าได้ลงมาจากยอดภูเขา  และได้สถาปนาเป็นปฐมกษัตริย์ในราชวงศ์ลวจังกราช  ขึ้นปกครองแว่นแคว้นไชยวรนครเชียงราวหรือแคว้นโยนกซึ่งก็คือบ้านเมืองในบริเวณที่ราบลุ่มจังหวัดเชียงรายทุกวันนี้  ต่อมาได้สร้างเมืองหิรัญนครเงินยางและมีการขยายชุมชนออกไปโดยรอบ  ได้มีการสร้างเมืองเชียงราย  เมืองเชียงของและขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวาง  กษัตริย์ในราชวงค์ลวจังกราชได้สืบราชสมบัติติดต่อกันมาหลายพระองค์  จนกระทั้งถึงรัชกาลของพระเจ้ามังรายจึงได้รวบรวมบ้านเมืองในแคว้นโยนกจนเกิดเป็นปึกแผ่นทรงสร้างเมืองเชียงรายและเสด็จ   ไปประทับอยู่ที่เมืองเชียงราย  ต่อมาทรงยกทัพไปตีแค้วนหริภุญไชยได้  และสถาปนาอาณาจักรล้านนาขึ้นพร้อม ๆ กับการสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นเป็นราชธานีใน พ.ศ. 1839  
         สำหรับเรื่องราวของเมืองเชียงแสนนั้น  มีหลักฐานปรากฏอยู่ในเอกสารอย่างชัดเจนว่า  พระเจ้าแสนภู  พระราชนัดดาของพระเจ้ามังราย  ทรงสร้างเมืองขึ้นบริเวณซากเมืองรอยเก่าริมฝั่งแม่น้ำโขงเมื่อ พ.ศ. 1871  และขนานามว่าเมืองหิรัญนครชัยบุรีศรีช้างแสน  ซึ่งก็เชื่อกันว่าเมืองรอยเก่านั้นก็คือเมืองหิรัญนครเงินยางนั้นเอง  หลังจากที่พระเจ้าแสนภูได้ขึ้นมาครองราชย์ในเมืองเชียงใหม่แล้วต่อมาทรงย้ายมาอยู่ที่เมืองเชียงแสนตลอดพระชนม์ชีพ   และกษัตริย์ล้านนาองค์ต่อมาคือพระเจ้าคำฟู  ก็ประทับที่เมืองเชียงแสน  สาเหตุที่พระเจ้าแสนภูสร้างเมืองและประทับอยู่เมืองเชียงแสนนั้นเพราะเป็นเหตุผลด้าน ยุทธศาสตร์ในการป้องกันข้าศึกที่มาทางด้านเหนือและเพื่อควบคุมหัวเมืองต่าง ๆ ของล้านนาตอนบนไว้ให้อยู่ภายใต้พระราชอำนาจ ด้วยเหตุนี้ในสมัยล้านนาตอนต้นศูนย์กลางของอาณาจักรและพระศาสนา  จึงอยู่ที่เมืองเชียงแสน  ดังนั้นจึงปรากฏมีร่องรอยโบราณสถานในสมัยล้านนา  ตอนต้นอยู่ในเขตเมืองเชียงแสนค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตามตอนปลาย  พุทธศตวรรษที่ 19 ในสมัยของพระเจ้าผายูกษัตริย์ราชวงค์มังรายลำดับที่ 7  ได้กลับไปประทับที่เมืองเชียงใหม่   แต่เมืองเชียงแสนก็ยังมีความสำคัญ  ในเขตล้านนาตอนเหนือตลอดมา
        ในช่วงเวลาที่ล้านนาตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า  ในพ.ศ.2244 พม่าได้แบ่งแยกการปกครองล้านนาออกเป็น 2 ส่วน เพื่อป้องกันกบฏส่วนแรกได้แยกเมืองเชียงแสนออกจากอำนาจของเมืองเชียงใหม่ให้เมืองเชียงแสนได้ขึ้นตรงต่อกรุงอังวะ  ถือเป็นประเทศราชมณพลหนึ่งและอยู่ภายใต้อำนาจของข้าราชการพม่าโดยตรง  โดยให้เมืองต่าง ๆ เหล่านี้ คือ  เมืองกาย  เมืองไร  เมืองเลน  เมืองแหลว  เมืองพยาก เมืองเชียงราย  และเมืองหลวงภูคา เมืองแพร่  เมืองน่าน  เมืองนครลำปาง  เมืองฝาง  เมืองสาด  เมืองเชียงของ และเมืองเทิง  ขึ้นอยู่กับเมืองเชียงแสน  ส่วนเมือที่เหลือขึ้นอยู่กับเมืองเชียงแม่ในช่วงเวลานี้ฐานนะของเมืองเชียงแสน  ได้มีความสำคัญขึ้นอีกครั้งและได้เป็นฐานที่มั่นสำคัญของพม่าในการควบคุมบ้านเมืองและดินแดนล้านนา  พม่าควบคุมเมืองเชียงแสนไว้จน พ.ศ.2347  พระยากาวิละเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่กับกรมหลวงเทพหริรักษ์กับพระยายมราชได้ยกทับเข้าตีเมืองเชียงแสนได้สำเร็จ   และได้กวาดต้อนผู้คนจำนวน22,000  ครอบครัวจัดแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม  กลุ่มแรกให้ย้ายถิ่นฐานในเมืองต่าง ๆ ของล้านนา  เช่นเชียงใหม่  นครลำปาง  นาน และเวียงจันทร์  อีกกลุ่มหนึ่งส่งไปยังเมือง
กรุงเทพซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชได้โปรดเกล้าฯให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ ตำบลเสาให้  จ.สระบุรี  และที่ ต.คูบัว  จ.ราชบุรี  ต่อนั้นเมืองเชียงแสนจึงกลายเป็นเมืองร้าง  จนกระทั้งรัชการ  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าฯให้เจ้าอินทวิไชย  บุตรเจ้า บุญมา  เจ้าผู้ปกครองเมืองลำพูน  นำราษฎรชาวงเมืองลำพูน  และราษฎรชาวเมืองเชียงใหม่จำนวน ประมาณ 1,500  ครอบครัว  ขึ้นไปตั้งถิ่นฐาน  และฟื้นฟูเมืองเชียงแสนและได้พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาราชเดช  ดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองเชียงแสน  เมืองเชียงแสนจึงได้ฟื้นฟูนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาประมาณ  พ..ศ. 2442  ได้มีการย้ายศูนย์การปกครอง ไปอยู่ที่ ต.กาสา    ซึ่งปัจจุบันคืออำเภอแม่จัน  ตั้งเป็นอำเภอขึ้นต่อจังหวัดเชียงราย   ส่วนเมืองเชียงแสนยุบลงเป็นกิ่งอำเภอเชียงแสนหลวง  และต่อมาได้เป็นอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย   เมื่อพ.ศ. 2500 มาจนทุกวันนี้
 
2.เนื้อที่/พื้นที่ 422 ตร.กม.
3.สภาพภูมิอากาศโดยทั่วไป มีอากาศหนาวแบบมรสุมเมืองร้อน 

ข้อมูลการปกครอง
 
1.ตำบล.......6.... แห่ง 3.เทศบาล..1.....แห่ง
2.หมู่บ้าน....70.... แห่ง 4.อบต........6 ... แห่ง

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
 
1.อาชีพหลัก ได้แก่ การเกษตรกรรม  เช่น  ทำนา  ทำสวนผัก  ไร่ข้าวโพด  ไร่ยาสูบ  
2.อาชีพเสริม ได้แก่ ทำสวนผลไม้ รับจ้างนอกฤดูกาล ค้าขายชายแดน 
3.จำนวนธนาคาร
 
มี 4 แห่ง ได้แก่
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)                         โทร.0-5365-0696
ธนาคารไทยพาณิชย์  จำกัด (มหาชน)                  โทร. 0-5377-7041-3
ธนาคารออมสิน                                                   โทร. 0-5365-0812
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร    โทร. 0-5377-7100
4.จำนวนห้างสรรพสินค้า มี - แห่ง

ด้านสังคม
 
1.โรงเรียนมัธยม ได้แก่ รร.ราชประชานุเคราะห์ 15 เทศบาล 053-777105
รร.เชียงแสนวิทยาคม เทศบาล 053-777104
รร.บ้านแซววิทยาคม
 
2.มหาวิทยาลัย ได้แก่  มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย วิทยาเขตเชียงแสน  โทร. 0-5377-7104

ด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญของอำเภอ
 
-  

ด้านประชากร
 
1.จำนวนประชากรทั้งสิ้น รวม 47,141  คน
2.จำนวนประชากรชาย รวม 23,391  คน
3.จำนวนประชากรหญิง รวม 23,750 คน
4.ความหนาแน่นของประชากร - คน/ตร.กม.

ด้านการคมนาคม
 
1.ทางบก - รถยนต์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข  -
- สถานีขนส่ง หมายเลขโทรศัพท์  -
- สถานีรถไฟ  หมายเลขโทรศัพท์  -
2.ทางน้ำ - ท่าเรือขนส่งโดยสาร  หมายเลขโทรศัพท์  -
- ท่าแพขนานยนต์        หมายเลขโทรศัพท์  -
3.ทางอากาศ - ท่าอากาศยาน             หมายเลขโทรศัพท์  -

ด้านการเกษตร และอุตสาหกรรม
 
1.ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวโพด  , ยาสูบ  , ข้าว  
2.ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่
      (แม่น้ำ/บึง/คลอง)
แม่น้ำโขง , แม่น้ำกก , แม่น้ำคำ , แม่น้ำรวก
พื้นที่ชุ่มน้ำโลก(หนองบงกาย)
 
3.โรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญ ได้แก่ โรงงานกระเทียมดอง   ต.แม่เงิน 
   
 

วันที่ปรับปรุงข้อมูล : 30/10/2008
 

 

หน้าหลัก | เกี่ยวกับอำเภอดอทคอม | รายชื่ออำเภอ | เตรียมตัวไปอำเภอ | ติดต่อเจ้าหน้าที่

 

webmaster@dopa.go.th  โทร. 0-2282-1047-8, 0-2356-9564 FAX 0-2282-1048 
Copyright © 2003 By www.amphoe.com -> Best view is 800x600 Pixels ->Design by : รับทำเว็บไซต์ ,โปรแกรมฐานข้อมูล ,รับทำเว็บ ฐานข้อมูล , ทำเว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซ , บริการ Hosting , งานกราฟิคดีไซน์ , จัดทำ ระบบ E-Government  ,เดินระบบ Lan & Network และบริการด้านไอทีครบวงจร [www.intersite.co.th] www.321show.com